สลด! สะพานแขวนขาดกลางขบวนแห่ศพ ร่วงตกลงลำธาร ดับ 8 เจ็บ 36 ราย

โศกนาฏกรรมสุดสะเทือนใจเกิดขึ้นในเวียดนาม เมื่อสะพานแขวนจู่ ๆ ขาดและพลิกเอียงลงสู่ลำธาร ขณะที่ประชาชนกว่า 40 คนกำลังเดินข้ามสะพานเพื่อร่วมขบวนส่งศพไปประกอบพิธี ท่ามกลางความตกใจของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ผู้คนจำนวนมากถูกเหวี่ยงตกลงไปด้านล่าง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 36 ราย เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความโศกเศร้าให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย และทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยของสะพานที่ประชาชนต้องใช้สัญจรในชีวิตประจำวัน เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014 ที่สะพานแขวนจูวา 6 (Chu Va 6) ในพื้นที่ตำบลเซินบิ่ญ อำเภอตามเดื่อง จังหวัดลายเจิว ทางตอนเหนือของเวียดนาม สะพานแห่งนี้เชื่อมระหว่างหมู่บ้านจูวา 6 และจูวา 8 โดยเป็นเส้นทางที่ชาวบ้านใช้เดินทางระหว่างชุมชนและพื้นที่โดยรอบ ในวันเกิดเหตุ ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังร่วมขบวนแห่ศพเพื่อเดินทางไปยังสถานที่ประกอบพิธีศพ ตามประเพณีของชุมชน ผู้ร่วมขบวนมากกว่า 40 คนเดินตามกันไปบนสะพาน โดยมีคนส่วนหนึ่งช่วยกันแบกโลงศพข้ามไปด้วย น้ำหนักของโลงศพและจำนวนคนที่อยู่บนสะพานพร้อมกันกลายเป็นประเด็นที่ถูกกล่าวถึงภายหลังเกิดเหตุ แต่สาเหตุที่แน่ชัดของการขาดของสะพานจำเป็นต้องอาศัยผลการตรวจสอบทางวิศวกรรมและการสอบสวนอย่างเป็นทางการ ขณะที่ขบวนกำลังเคลื่อนผ่านสะพาน เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น สะพานเกิดขาดและพลิกเอียงลงไปทางลำธาร ทำให้ผู้คนที่กำลังเดินอยู่ด้านบนเสียหลักและร่วงลงไปด้านล่างในเวลาอันรวดเร็ว ผู้ที่อยู่บนสะพานแทบไม่มีเวลาตั้งตัว บางคนตกลงไปพร้อมกับส่วนของสะพาน ขณะที่คนอื่น ๆ พยายามคว้าสิ่งที่อยู่ใกล้มือเพื่อประคองตัวไม่ให้ร่วงลงไป ภาพเหตุการณ์หลังสะพานพังถล่มสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้พบเห็นอย่างมาก … Read more

เปิดได้แล้วตู้เซฟ 9 ล้าน “แม่ภัทร” ทรุดปาดน้ำตา หลังเห็นของข้างใน

เปิดตู้เซฟได้แล้ว! แม่ภัทร แทบทรุด น้ำตาซึม ทองแท่ง-เงินสดหายแทบเกลี้ยง เหลือไม่ถึงครึ่ง จากทรัพย์สินทั้งหมดกว่า 9 ล้านบาท 22 ต.ค. 69 น.ส.นภัทร หรือ แม่ภัทร อายุ 63 ปี เจ้าของโรงงานผลิตเครื่องสำอางและเจ้าของตู้เซฟ เดินทางเข้าร่วมเปิดตู้เซฟ ที่ สน.วังทองหลาง พร้อมพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจ เพื่อร่วมตรวจสอบทรัพย์สินภายในตู้เซฟและรวบรวมไว้เป็นพยานหลักฐานในคดี นางสาวนภัทร เปิดเผยว่า ตนเองรอคอยวันนี้มาเป็นเวลานาน และสามารถจดจำทรัพย์สินทุกชิ้นที่เก็บไว้ภายในตู้เซฟได้เป็นอย่างดี โดยมีมูลค่ารวมกว่า 9 ล้านบาท จึงคาดหวังว่าทรัพย์สินจะยังอยู่ครบ หรืออย่างน้อยยังเหลืออยู่บ้าง แม้จะเพียงครึ่งหนึ่งก็ยังดี นอกจากนี้ ยังจำได้ว่าหากภายในตู้เซฟมีทรัพย์สินอยู่ครบ น้ำหนักรวมจะอยู่ที่ประมาณเกือบ 300 กิโลกรัม ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ให้กับทีมข่าวก่อนหน้านี้ว่า ตู้เซฟดังกล่าวมีน้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยอมรับว่าได้ทำใจไว้ส่วนหนึ่งแล้ว หากเปิดตู้เซฟออกมาแล้วไม่พบทรัพย์สินอยู่ภายใน พร้อมพูดติดตลกกับผู้สื่อข่าวว่า มีใครเตรียมยาดมไว้ให้แม่บ้าง สะท้อนถึงความกังวลกับสิ่งที่กำลังจะได้พบหลังเปิดตู้เซฟ ส่วนความสัมพันธ์กับลูกชาย นางสาวนภัทรระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อลูกชายได้ … Read more

สะเทือนวงการ! สาว อบต. ไม่เข้าตาปลัดใหม่ โดนบีบสารพัด บังคับให้ลาออก สุดช้ำทำมานานกว่า 14 ปี ไม่เคยมีปัญหา

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา น.ส. สุรินธิดา (ขอสวงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ลูกจ้างภารกิจ ตำแหน่งผู้ช่วยนักประชาสัมพันธ์ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) พรสำราญ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ได้เดินทางไปร้องขอความเป็นธรรมต่อศูนย์ดำรงธรรม ศูนย์ราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อต้องการให้ตรวจสอบการทำงานของ ปลัด อบต. ชายท่านหนึ่ง ว่าทำงานในระบบราชการเป็นไปตามระบบราชการและทำงานอย่างเที่ยงธรรมหรือไม่ น.ส.สุรินธิดา เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนเป็นลูกจ้างภารกิจที่ อบต.พรสำราญ มานานกว่า 14 ปีได้คะแนนและการชื่นชมจากหัวฝ่ายในองค์กรของตัวเองมาดีโดยตลอด หลังจากมีการเลือกตั้งนายกและสมาชิก อบต. เมื่อเดือน มกราคา 2569 ที่ผ่านมา ได้มีปลัดหนุ่มเดินทางมาจากต่างจังหวัดมารับตำแหน่งปลัด อบต. คนใหม่ที่นี่ ตนก็ทำงานตามปกติไม่มีอะไร มีอยู่ช่วงหนึ่งตนต้องไปรับหน้าที่ธุรการสภาเพิ่มมาอีก ยอมรับว่าตอนนั้นทำงานไม่ทัน จึงใช้บริการระบบ AI มาช่วยซึ่งจะต้องมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 750 บาท โดยตนออกค่าใช้จ่ายให้ก่อน ในเวลาต่อมาตนได้ไปคุยกับปลัดหนุ่มท่านนี้ว่า มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นแต่กลับสร้างความไม่พอใจให้กับปลัด วันดีคืนดีเรียกให้เข้าห้องปลัดเพื่อตำหนิสารพัดตนก็น้อมรับ แต่ปลัดฯ ไม่ยอม … Read more

เป็นเรื่องแล้ว! น้องสาว ตัดสินใจพูดตรงๆ หลังไม่ขอรับลุงโยธินกลับบ้านอีก

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 น.ส.มรกต มาพบพันธ์ อายุ 71 ปี อาชีพค้าขาย น้องสาวแท้ ๆ ของนายโยธิน มาพบพันธ์ หรือ ลุงโยธิน อดีตนักแสดงชื่อดัง ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านสื่อมวลชน หลังพี่ชายให้สัมภาษณ์ในรายการ เปิดปาก ทางสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี โดยระบุว่าตนเองไม่มีญาติ ไม่มีที่อยู่อาศัย และไม่มีอาหารรับประทาน จนต้องขอทำงานแลกข้าว ส่งผลให้ น.ส.มรกตและน้อง ๆ ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์และประณามอย่างหนัก พร้อมเปิดเผยเหตุผลที่ตัดสินใจว่าจะไม่รับพี่ชายกลับมาดูแลอีก หากในอนาคตไม่สามารถอาศัยอยู่กับมูลนิธิของ ผอ.ฟ้า ได้ น.ส.มรกต เปิดเผยว่า ข้อมูลที่พี่ชายให้สัมภาษณ์ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะที่ผ่านมา ตนเองพร้อมด้วย น.ส.อรนุช มาพบพันธ์ อายุ 66 ปี น.ส.ยุวดี มาพบพันธ์ อายุ 65 ปี และน้องชายอีกคนที่อาศัยอยู่ทางภาคใต้ ต่างช่วยกันนำเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุของแต่ละคนมารวมเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลพี่ชาย ทั้งค่าเช่าห้องพัก ค่าอาหาร ของใช้ส่วนตัว ค่าน้ำ และค่าไฟฟ้า … Read more

“น้องพายุ” ไม่ขอเข้าร่วมแข่ง AMPC 2026 ทีมช่างประกาศชี้แจงชัด

“น้องพายุ รังษีสิงห์พิพัฒน์” ไม่ขอเข้าร่วมแข่ง AMPC 2026 สุดสัปดาห์นี้ ทางด้าน ทีมช่าง DT Motorsport ประกาศชี้แจงชัด วันที่ 19 ต.ค. 69 ทางด้าน “DT Motorsport” ซึ่งเป็นทีมดูแลและเซอร์วิสรถแข่งหมายเลข 69 ของ “น้องพายุ” พายุ รังษีสิงห์พิพัฒน์ ได้ออกมาแจ้งว่า “น้องพายุ” จะไม่เข้าร่วมการแข่งขัน Asia Pacific Motorsport Championship (APMC) 202 ระบุว่า ประกาศชี้แจงจาก DT Motorsport ตามที่มีข่าวเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการเข้าร่วมการแข่งขันรายการ APMC2026 23-25 ตุลาคม นี้ของ พายุ รังษีสิงห์พิพัฒน์ หมายเลข 69 รุ่น Cadet B ทาง DT Motorsport ขอชี้แจงให้ทราบว่า พายุ รังษีสิงห์พิพัฒน์ หมายเลข 69 ไม่ขอเข้าร่วมการแข่งขันรายการ AMPC2026 ในครั้งนี้ … Read more

ไวรัล หนุ่มตี๋ถูกมนุษย์ป้าด่าฉอดกลางรถไฟฟ้า ไม่ด่ากลับ แต่ใช้วิธีตอบโต้แบบคาดไม่ถึง!..

แห่ชื่นชม หนุ่มตี๋รับมือมนุษย์ป้าโวยวายบนรถไฟฮ่องกง ไม่ด่ากลับแถมยิ้มให้ ก่อนใช้วิธีตอบกลับแบบคาดไม่ถึง หลังปกป้องเด็กกลายเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจบนโซเชียล เมื่อชายหนุ่มเสื้อดำบนรถไฟใต้ดินฮ่องกงเข้ามายืนขวางหญิงรายหนึ่งที่กำลังตะโกนต่อว่าผู้โดยสาร เพื่อปกป้องเด็กที่อยู่ด้านหลัง ก่อนจะตกเป็นเป้าของการต่อว่าเสียเอง แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนพูดถึงกลับเป็นวิธีตอบโต้ของเขา ซึ่งเลือกยิ้มและพูดทวนคำและท่าทางของอีกฝ่ายแทนที่จะตอบโต้กลับแรงๆ เข้าขวางปกป้องเด็ก ก่อนถูกหันมาต่อว่าตามข้อมูลที่เผยแพร่พร้อมคลิป เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม เวลาประมาณ 08.30 น. บนรถไฟใต้ดินใต้ดิน สายไอส์แลนด์ ในฮ่องกง หญิงรายหนึ่งตะโกนโวยวายและต่อว่าผู้โดยสารที่อยู่บริเวณนั้น รวมถึงเด็ก ชายหนุ่มเสื้อดำจึงเข้ามายืนขวางระหว่างเธอกับเด็ก ก่อนที่หญิงรายดังกล่าวจะหันมาต่อว่าเขาแทน ระหว่างเผชิญหน้ากัน หญิงรายนี้ใช้ถ้อยคำดูหมิ่นและพาดพิงถิ่นกำเนิดของชายหนุ่ม พร้อมชี้หน้าต่อว่าอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ส่งต่อมายังไม่ได้อธิบายชัดเจนว่าเหตุขัดแย้งเริ่มต้นจากอะไร หรือก่อนหน้าช่วงที่บันทึกภาพมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นบ้าง ยิ้มรับแล้วพูดทวน กลายเป็นจังหวะที่คนจับตาแทนที่จะตะโกนโต้เถียง ชายหนุ่มกลับยิ้มและพูดทวนถ้อยคำที่หญิงรายดังกล่าวใช้กับเขา โดยมีช่วงหนึ่งถามกลับว่าเธอพูดภาษาจีนกลางได้หรือไม่ วิธีตอบสนองนี้ทำให้ผู้โดยสารบางคนที่อยู่ใกล้เคียงยิ้มและหัวเราะ ขณะที่หญิงรายนั้นยังคงต่อว่าเขาต่อไป จังหวะการพูดซ้ำด้วยท่าทีเรียบเฉยกลายเป็นประเด็นที่ผู้ใช้ออนไลน์นำไปพูดถึง หลายคนเปรียบเขาเป็นเครื่องเล่นเทปที่เล่นคำพูดของอีกฝ่ายย้อนกลับ ขณะเดียวกัน ผู้ที่แสดงความคิดเห็นส่วนหนึ่งชื่นชมที่เขาเข้ามาช่วยขวางเด็กออกจากสถานการณ์ตึงเครียด ตามต่อว่าหลังลงรถไฟ เจ้าตัวโพสต์ขอโทษผู้โดยสารตามเรื่องราวที่เผยแพร่ เหตุการณ์ยังดำเนินต่อหลังลงจากขบวนรถไฟ โดยหญิงรายดังกล่าวเดินตามต่อว่าชายหนุ่ม ส่วนเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพตัวเองเซลฟี่กันไปอีกหนึ่ง โดยมีอีกฝ่ายชี้หน้าตามต่อว่าอยู่ด้านหลัง ข้อมูลที่ส่งต่อระบุว่าไม่มีการทำร้ายร่างกายหรือผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ ภายหลัง ชายหนุ่มยังโพสต์ข้อความผ่าน Threads เพื่อขอโทษผู้โดยสารที่ได้รับความรบกวน เหตุการณ์จึงได้รับความสนใจทั้งเรื่องการเข้าช่วยเหลือเด็กและการรับมือกับคำต่อว่า อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับชนวนเหตุ … Read more

อ่านแล้วตกใจ “โมเม ธนัชชา” ระบายความอัดอั้น ปมไม่เล่นให้ทีมชาติ

แฟนวอลเลย์บอลตกใจ “โมเม ธนัชชา” ระบายความอัดอั้น ปมไม่เล่นให้ทีมชาติ เพราะเจอการตัดสินใจที่ไม่เป็นธรรมและสะเทือนใจอย่างหนัก กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในวงการลูกยางไทย เมื่อ “โมเม” ธนัชชา สุขสด นักวอลเลย์บอลสาวทีมชาติไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความเปิดใจผ่านโซเชียลมีเดีย ถอดหมดเปลือกถึงเหตุผลที่แท้จริงซึ่งทำให้เธอตัดสินใจหยุดพักจากการเล่นให้ทีมชาติไทย โดยยืนยันว่าข้อมูลที่เคยปรากฏตามหน้าข่าวจากหัวหน้าผู้ฝึกสอนว่าเธอขอพักเพราะเหนื่อยล้าจากการแข่งขันลีกนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด พร้อมระบุอย่างชัดเจนว่า สาเหตุหลักมาจากความรู้สึกว่าตนเองได้รับการพิจารณาอย่างไม่เป็นธรรม จนส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างรุนแรงและเกินขีดจำกัดที่จะรับมือไหว    โมเม ธนัชชา ได้ย้อนเล่าความเจ็บปวดในช่วงต้นปีว่า เธอต้องสูญเสียคุณยายผู้เป็นที่รักยิ่งในระหว่างไปปฏิบัติภารกิจแข่งกระชับมิตรที่ประเทศเกาหลีใต้ แต่ด้วยสปิริตและความรับผิดชอบในฐานะกัปตันทีม ตลอดจนเกรงว่าจะกระทบต่อระบบงาน เธอจึงกล้ำกลืนความเสียใจไว้คนเดียวและอยู่ทำหน้าที่จนจบ ทว่าฝันร้ายที่แท้จริงกลับเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนตุลาคม เมื่อได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าไม่ให้กลับมาเล่นซีเกมส์เนื่องจากโค้ชจะใช้เด็ก ทั้งที่ในเวลานั้นเธอมีอายุเพียง 25 ปี และกำลังทำผลงานได้ดีเยี่ยมในการเล่นลีกอาชีพ    เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความคลางแคลงใจให้กับเจ้าตัวอย่างมาก เนื่องจากไม่มีการสื่อสารที่ตรงไปตรงมาหรือคำอธิบายที่ชัดเจนจากหัวหน้าผู้ฝึกสอนโดยตรง เธอจึงได้ตั้งคำถามสำคัญถึงความยุติธรรม คุณค่าของความทุ่มเท และการให้โอกาสนักกีฬา โดยโมเมเน้นย้ำว่าแม้ศึกซีเกมส์อาจไม่ใช่รายการใหญ่ที่สุด แต่มันคือเกียรติยศและรางวัลตอบแทนความอดทน การถูกตัดชื่อออกอย่างไม่เป็นธรรมจึงถือเป็นเรื่องสะเทือนใจอย่างที่สุด อย่างไรก็ดี การออกมาชี้แจงครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อสร้างดราม่า แต่เพื่อเล่าความจริง ให้ตนเองได้ปล่อยวางและก้าวต่อไปในอนาคตได้อย่างสบายใจ

สถานทูตจีน ออกคำเตือนฉบับใหม่ การเดินทางมาประเทศไทย

หนังสือพิมพ์ South Chaina Morning Post รายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้ออกคำเตือนการเดินทางฉบับใหม่เผยแพร่เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม โดยระบุเรียกร้องให้ชาวจีนเพิ่มความระมัดระวังด้านความปลอดภัย ท่ามกลางเหตุการณ์ลักพาตัวและการค้ามนุษย์ที่เป็นข่าวครึกโครมหลายกรณีก่อนหน้านี้ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการหลอกลวงผ่านข้อเสนอการจัดหางานที่มีผลตอบแทนสูง คำเตือนดังกล่าวเผยแพร่บนเว็บไซต์ของสถานทูตจีน ระบุให้ผู้ที่จะเดินทางมายังประเทศไทยวางแผนการเดินทางอย่างรอบคอบ ใส่ใจกับการจัดการเรื่องการเดินทางเป็นพิเศษ และคอยเฝ้าระวังความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงอันตรายที่กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ออนไลน์และศิลปินอาจต้องเผชิญ เนื่องจากอาจตกเป็นเป้าหมายของการหลอกลวงที่อ้างว่าจะให้ค่าตอบแทนสูงผิดปกติ สถานทูตจีนยังเตือนนักท่องเที่ยวให้หลีกเลี่ยงบริการขนส่งที่น่าสงสัย โดยแนะนำให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังการใช้บริการขนส่งที่ผู้อื่นจัดหาให้ โดยควรเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตและถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น นอกจากนี้ ยังเตือนชาวจีนไม่ให้รับข้อเสนอโดยสารรถฟรีจากคนรู้จักหรือคนแปลกหน้า พร้อมทั้งย้ำให้ปฏิเสธหากมีการเปลี่ยนแปลงจุดหมายปลายทางหรือเส้นทางการเดินทางโดยไม่คาดคิด ทั้งยังแนะนำให้นักท่องเที่ยวแจ้งให้ครอบครัวทราบถึงสถานที่ที่ตนอยู่ระหว่างการเดินทาง เพื่อให้ญาติรับทราบความเคลื่อนไหวและสามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันทีหากเกิดเหตุการณ์น่ากังวล คำเตือนดังกล่าวยังเน้นย้ำให้อินฟลูเอนเซอร์ ศิลปิน และบุคคลอื่นๆ ที่กำลังมองหางานในต่างประเทศ ระมัดระวังข้อเสนอการจ้างงานที่อ้างว่าจะให้รายได้สูงผิดปกติ โดยระบุว่าข้อเสนอเหล่านี้อาจเป็นกลอุบายเพื่อล่อลวงเหยื่อเข้าสู่สถานการณ์อันตราย รวมถึงการตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์และการถูกบังคับให้มีส่วนร่วมในขบวนการฉ้อโกงออนไลน์ คำเตือนล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสรรหาบุคลากรที่ไม่โปร่งใส และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อเสนองาน นายจ้าง และการจัดการเรื่องการเดินทางให้แน่ชัดก่อนที่จะตกลงรับโอกาสการทำงานในต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตจีนเรียกร้องให้พลเมืองจีนใช้ความระมัดระวังเมื่อเดินทางในประเทศไทย และคอยเฝ้าระวังข้อเสนอที่น่าสงสัยหรือการเปลี่ยนแปลงแผนการเดินทางอย่างกะทันหันด้วย

หนุ่มหล่อมารับ นร.หญิง ครูเห็นแล้วไม่สบายใจ ถึงขั้นเชิญผู้ปกครอง ก่อนพ่อเฉลยพีกมาก

หนุ่มหล่อมารับนักเรียนหญิงทุกวัน ครูเห็นแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้ ถึงขั้นเรียกผู้ปกครองมาคุย ก่อนคุณพ่อเฉลยความจริงที่ทำเอาทุกคนคาดไม่ถึง! เรื่องราวชวนอมยิ้มที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศจีน กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจบนโลกออนไลน์ หลังมีชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งเดินทางมารับนักเรียนหญิงชั้นมัธยมต้นกลับบ้าน ภาพที่ปรากฏต่อสายตาของผู้คนในเวลานั้นทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า ชายหนุ่มคนดังกล่าวเป็นใคร และมีความสัมพันธ์อย่างไรกับเด็กสาว เพราะทั้งคู่ดูสนิทสนมกันเป็นอย่างมาก จนแม้แต่ครูประจำชั้นที่บังเอิญพบเห็นเหตุการณ์ก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ และตัดสินใจดำเนินการบางอย่างเพื่อให้แน่ใจว่านักเรียนของตนจะปลอดภัย ตามรายงานจากสื่อเวียดนามที่นำเรื่องราวจากโลกออนไลน์ของจีนมาเผยแพร่ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่นักเรียนกำลังทยอยออกจากโรงเรียนหลังเลิกเรียน บริเวณหน้าโรงเรียนมีทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง และผู้คนที่มารอรับบุตรหลานอยู่เป็นจำนวนมาก ท่ามกลางบรรยากาศที่ค่อนข้างวุ่นวาย ชายหนุ่มคนหนึ่งกลับกลายเป็นจุดสนใจของคนรอบข้าง เนื่องจากเขามีรูปลักษณ์ที่ดูดี แต่งตัวเรียบร้อย และที่สำคัญคือใบหน้าของเขาดูอ่อนเยาว์กว่าวัยอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มคนดังกล่าวมายืนรอนักเรียนหญิงคนหนึ่ง ซึ่งมีอายุเพียง 15 ปีและกำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมต้น เมื่อเด็กสาวเดินออกมาพบเขา ทั้งคู่ก็ทักทายกันอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะเดินออกจากบริเวณโรงเรียนไปด้วยกัน ภาพความสนิทสนมดังกล่าวทำให้เพื่อนร่วมชั้นบางคนหันมามอง ขณะที่ผู้ปกครองซึ่งยืนรอรับลูกอยู่ใกล้ๆ ก็สังเกตเห็นเช่นกัน สำหรับคนที่ไม่รู้จักทั้งสองคนมาก่อน ภาพที่เห็นอาจทำให้เข้าใจได้ว่าชายหนุ่มเป็นพี่ชาย ญาติ หรือคนรู้จักของนักเรียนหญิง แต่สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้แตกต่างจากการมารับนักเรียนทั่วไปก็คือ รูปลักษณ์ของชายหนุ่มที่ดูอ่อนวัยมากจนยากจะคาดเดาอายุที่แท้จริง หากมองเพียงผิวเผิน หลายคนอาจคิดว่าเขาเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ มากกว่าจะเป็นผู้ใหญ่ที่มีลูกเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นแล้ว ครูประจำชั้นของนักเรียนหญิงคนดังกล่าวบังเอิญเห็นภาพนี้เข้าเช่นกัน ในฐานะครูที่มีหน้าที่ดูแลนักเรียน เธอย่อมต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเด็ก โดยเฉพาะนักเรียนวัย 15 ปีซึ่งยังอยู่ในช่วงวัยรุ่นและอาจยังไม่สามารถประเมินความเสี่ยงบางอย่างได้ด้วยตัวเองอย่างรอบด้าน เมื่อเห็นชายหนุ่มที่ไม่คุ้นหน้ามารับนักเรียนหญิงและสังเกตว่าทั้งคู่ดูสนิทสนมกัน ครูจึงเริ่มเกิดความสงสัยว่าเขาเป็นใครกันแน่ ครูไม่ได้รู้จักชายหนุ่มคนนี้มาก่อน และในขณะนั้นก็ไม่มีข้อมูลยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนักเรียน สิ่งที่เธอเห็นมีเพียงชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งมารับเด็กสาววัย 15 ปีออกจากโรงเรียน … Read more

เปิดประวัติ รุ้ง ราวรรณ หวานใจนักแสดงหนุ่ม โปรไฟล์ไม่ธรรมดา

กลายเป็นกระแสฮือฮาชั่วข้ามคืน! “หยวน ดราก้อนไฟว์” ประกาศคบ “รุ้ง ราวรรณ” กลายเป็นประเด็นที่คนบันเทิงและชาวเน็ตต่างให้ความสนใจกันอย่างล้นหลาม เมื่อนักร้องและนักแสดงหนุ่ม หยวน-กวินรัฏฐ์ ยศอมรสุนทร หรือ หยวน ดราก้อนไฟว์ ได้ควงแขน รุ้ง-ราวรรณ โทนะหงษา (หรือ รุ้ง หนูหิ่น) ออกมาไลฟ์สดคู่กันอย่างมุ้งมิ้ง เผยโมเมนต์สุดหวานและเสียงหัวเราะตลอดการไลฟ์ พร้อมประกาศคบหาดูใจกันอย่างเป็นทางการ ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ หนุ่มหยวนได้เคยโพสต์คลิปเปรยไว้ว่า “วันที่ 10.10 จะไปไลฟ์บ้านแฟน ไปช่วยแฟนไลฟ์ขายของ” ก่อนจะมาปรากฏตัวในไลฟ์ของสาวรุ้งจริงๆ โดยทั้งคู่เปิดเผยว่ารู้จักกันจากการร่วมงานในซิทคอมเรื่อง “ออฟฟิศนี้มีลุ้น” ซึ่งฝ่ายชายเผยความประทับใจว่า สาวรุ้งเป็นคนน่ารัก ใจเย็น และอยู่ด้วยแล้วสบายใจ ส่วนสาวรุ้งเองก็แพ้ความดีและความสม่ำเสมอของหยวน ถึงแม้ว่าจะมีแฟนคลับบางส่วนสงสัยว่าเป็นรักจริงหรือแค่คอนเทนต์ก็ตาม แต่เสียงส่วนใหญ่ต่างเข้ามาแสดงความยินดีและชมเป็นเสียงเดียวกันว่าเหมาะสมกันมากๆ เปิดประวัติ “รุ้ง ราวรรณ” สาวอารมณ์ดี โปรไฟล์ไม่ธรรมดา หากพูดถึง รุ้ง ราวรรณ โทนะหงษา (หรือ รุ้งลาวัลย์ โทนะหงษา) ปัจจุบันเธอมีอายุ 47 ปี เกิดที่จังหวัดเลย โดดเด่นด้วยคาแรกเตอร์สาวอารมณ์ดีและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว … Read more