ผักไทยตัวนี้คือ “ตัวฆ่.าน้ำตาล” ของจริง! เบาหวานกลัวที่สุด นักวิจัยญี่ปุ่น ยกย่องสรรพคุณ

ผักไทยตัวนี้คือ “ตัวฆ่.าน้ำตาล” ของจริง! เบาหวานกลัวที่สุด นักวิจัยญี่ปุ่นยกย่องสรรพคุณผักพื้นบ้านอุดมด้วยใยอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยส่งเสริมสุขภาพเมื่อกินร่วมกับอาหากระแสในโลกออนไลน์ที่ระบุว่าผักไทยบางชนิดเป็น “ตัวฆ่าน้ำตาล” หรือเป็นผักที่ “เบาหวานกลัวที่สุด” ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะ ยอดฟักแม้ว หรือยอดมะระหวาน ซึ่งเป็นผักพื้นบ้านที่นิยมรับประทานทั้งแบบลวก ผัด หรือต้มในแกงจืด ด้วยรสชาติหวานกรอบและคุณค่าทางโภชนาการที่โดดเด่น ทำให้หลายคนเชื่อว่าผักชนิดนี้อาจช่วยดูแลระดับน้ำตาลในเลือดได้ ยอดฟักแม้วเป็นผักที่ให้พลังงานต่ำ แต่มีใยอาหารสูง อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี โฟเลต โพแทสเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ใยอาหารในผักสามารถช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลจากอาหารเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหารเพิ่มขึ้นช้าลง จึงเป็นเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการแนะนำให้ผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลรับประทานผักหลากหลายชนิดเป็นประจำ แม้งานวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศจะให้ความสนใจคุณสมบัติของผักที่อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและใยอาหาร ซึ่งอาจมีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาพเมตาบอลิซึม แต่ในปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าผักชนิดใดสามารถรักษาโรคเบาหวาน หรือใช้แทนยารักษาโรคได้ ดังนั้นผู้ป่วยไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ สิ่งที่ทำให้ยอดฟักแม้วน่าสนใจคือมีสารพฤกษเคมีตามธรรมชาติหลายชนิด ซึ่งช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายของอนุมูลอิสระ และยังมีโพแทสเซียมที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด เมื่อรับประทานร่วมกับอาหารที่สมดุล ก็อาจช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้ในระยะยาว นอกจากนี้ ยอดฟักแม้วยังเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก เพราะให้พลังงานต่ำแต่ช่วยให้อิ่มนาน เมื่อนำมาปรุงด้วยวิธีต้ม นึ่ง หรือลวก จะช่วยคงคุณค่าทางโภชนาการไว้ได้มากกว่าการทอดด้วยน้ำมันปริมาณมาก ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้รับประทานร่วมกับโปรตีนคุณภาพดี เช่น ปลา ไก่ไม่ติดหนัง เต้าหู้ หรือไข่ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน อย่างไรก็ตาม การดูแลระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารเพียงชนิดเดียว … Read more

อันดับ 1 ของโลก! “ผักพื้นบ้าน” ขึ้นดาษดื่นในไทย คว้าแชมป์ “ต้านมะเ.ร็.ง” คะแนนเต็ม 100

รู้จักวอเตอร์เครส ผักใบเขียวที่ได้คะแนนสารอาหารเต็ม 100ผักใบเขียวเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่รู้หรือไม่ว่า มีผักชนิดหนึ่งที่ได้รับคะแนนสูงสุดจากการจัดอันดับความหนาแน่นของสารอาหารโดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ (CDC) ผักชนิดนี้มีชื่อว่า “วอเตอร์เครส” หรือผักสลัดน้ำ ซึ่งมีรสเผ็ดซ่าเล็กน้อย เนื้อสัมผัสกรอบ และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ตั้งแต่สลัด ซุป ไปจนถึงเมนูผัดที่คุ้นเคยในครัวไทย จุดเด่นของมันไม่ใช่เพียงรสชาติ แต่ยังรวมถึงสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเมื่อเทียบกับปริมาณพลังงานที่ได้รับ วอเตอร์เครส ( Watercress) เป็นผักใบเขียวในตระกูลกะหล่ำ ซึ่งมีลักษณะใบขนาดเล็กและลำต้นอ่อน สามารถนำมารับประทานสดหรือปรุงสุกได้ รสชาติของมันมีความเผ็ดซ่าเล็กน้อยคล้ายผักรสจัดบางชนิด จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มความหลากหลายให้กับมื้ออาหารสั่งผักผลไม้สด แม้วอเตอร์เครสจะไม่ได้เป็นผักที่ทุกคนคุ้นเคยเท่าผักบุ้ง คะน้า หรือผักกาด แต่ในแวดวงโภชนาการ ผักชนิดนี้ได้รับความสนใจจากการจัดอันดับอาหารที่มีสารอาหารหนาแน่นของ CDC ในปี 2014 ซึ่งประเมินผักและผลไม้หลายชนิดจากสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ผลการจัดอันดับดังกล่าวให้วอเตอร์เครสได้คะแนน 100 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดในกลุ่มอาหารที่นำมาประเมิน โดยพิจารณาสารอาหารสำคัญหลายชนิดเมื่อเทียบกับปริมาณพลังงานที่ได้รับ จึงทำให้วอเตอร์เครสได้รับการกล่าวถึงอย่างแพร่หลายในฐานะหนึ่งในผักที่มีความหนาแน่นของสารอาหารสูงมาก อย่างไรก็ตาม คะแนนเต็ม 100 ไม่ได้หมายความว่าวอเตอร์เครสมีสารอาหารทุกชนิดมากกว่าผักอื่นทั้งหมด หรือสามารถป้องกันโรคได้ทุกชนิด แต่สะท้อนผลตามเกณฑ์การจัดอันดับที่ใช้ในการศึกษานั้น การรับประทานผักหลากหลายชนิดยังคงเป็นแนวทางที่เหมาะสมต่อการได้รับสารอาหารครบถ้วน Chapter 2: อุดมด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร หนึ่งในเหตุผลที่วอเตอร์เครสได้รับความสนใจคือการมีสารอาหารหลายชนิดที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย โดยผักชนิดนี้มีวิตามินซี วิตามินเค และสารประกอบจากพืชที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ … Read more

แพทย์เตือน! เติมสิ่งนี้ลงในกาแฟทุกวัน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพหัวใจโดยไม่รู้ตัว

สิ่งที่เติมลงในกาแฟ อาจสำคัญกว่าที่หลายคนคิด สำหรับหลายคน กาแฟหนึ่งแก้วเป็นสิ่งแรกที่ต้องมีในตอนเช้า บางคนชอบกาแฟดำที่มีกลิ่นหอมและรสขมตามธรรมชาติ ขณะที่บางคนชอบรสหวานมันจากนมข้นหวาน ครีมเทียม น้ำตาล หรือไซรัปแต่งกลิ่น การเลือกดื่มแบบใดไม่ได้หมายความว่าจะเป็นอันตรายต่อหัวใจโดยอัตโนมัติ แต่ปริมาณและชนิดของส่วนผสมอาจทำให้คุณค่าทางโภชนาการของกาแฟแต่ละแก้วแตกต่างกันอย่างมาก สิ่งที่ควรใส่ใจเป็นอันดับแรกคือ น้ำตาลที่เติมเพิ่ม เพราะน้ำตาลอาจซ่อนอยู่ในส่วนผสมหลายชนิด ไม่ใช่เฉพาะน้ำตาลทรายที่ตักใส่แก้วเท่านั้น เครื่องดื่มกาแฟที่ใส่นมข้นหวาน ไซรัปแต่งกลิ่น ซอสช็อกโกแลต หรือวิปครีม อาจมีน้ำตาลและพลังงานสูงกว่ากาแฟดำอย่างชัดเจน หากดื่มเป็นครั้งคราวก็แตกต่างจากการดื่มเครื่องดื่มหวานจัดหลายแก้วทุกวัน ข้อมูลจากสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา (American Heart Association) ระบุว่า การบริโภคน้ำตาลเติมเพิ่มมากเกินไปสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพหลายประการ รวมถึงน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น และอาจส่งผลต่อระดับไตรกลีเซอไรด์กับความดันโลหิตได้ในบางบริบท การดื่มเครื่องดื่มหวานเป็นประจำจึงเป็นพฤติกรรมหนึ่งที่ควรพิจารณาเมื่อดูแลสุขภาพหัวใจ ส่วนผสมอีกประเภทที่ควรสังเกตคือครีมและส่วนผสมที่มีไขมันอิ่มตัวสูง หากเติมในปริมาณมากเป็นประจำ อาจทำให้ได้รับพลังงานและไขมันอิ่มตัวเพิ่มขึ้น ไขมันอิ่มตัวมีความเกี่ยวข้องกับระดับคอเลสเตอรอลชนิด LDL ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด การปรับสูตรกาแฟให้มีครีมหรือน้ำตาลน้อยลงจึงเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดสารอาหารส่วนเกินจากเครื่องดื่มได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเหมารวมว่านมทุกชนิดหรือการเติมนมเล็กน้อยเป็นสิ่งอันตราย เพราะนมแต่ละชนิดมีองค์ประกอบแตกต่างกัน ทั้งนมไขมันต่ำ นมเต็มมันเนย และเครื่องดื่มจากพืชชนิดต่าง ๆ การเลือกขึ้นอยู่กับความต้องการทางโภชนาการ ภาวะสุขภาพ และปริมาณที่ดื่มจริง ในอีกด้านหนึ่ง กาแฟดำที่ไม่เติมน้ำตาลหรือครีมเป็นเครื่องดื่มที่ให้พลังงานต่ำ และงานศึกษาหลายชิ้นพบความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มกาแฟในระดับปานกลางกับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่ไม่เพิ่มขึ้นในผู้ใหญ่ทั่วไป สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริการายงานในปี 2569 ว่า … Read more

อันดับ 1 ของโลก! “ผักพื้นบ้าน” ขึ้นดาษดื่นในไทย คว้าแชมป์ “ต้านมะเร็ง” คะแนนเต็ม 100

รู้จักวอเตอร์เครส ผักใบเขียวที่ได้คะแนนสารอาหารเต็ม 100 ผักใบเขียวเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่รู้หรือไม่ว่า มีผักชนิดหนึ่งที่ได้รับคะแนนสูงสุดจากการจัดอันดับความหนาแน่นของสารอาหารโดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ (CDC) ผักชนิดนี้มีชื่อว่า “วอเตอร์เครส” หรือผักสลัดน้ำ ซึ่งมีรสเผ็ดซ่าเล็กน้อย เนื้อสัมผัสกรอบ และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ตั้งแต่สลัด ซุป ไปจนถึงเมนูผัดที่คุ้นเคยในครัวไทย จุดเด่นของมันไม่ใช่เพียงรสชาติ แต่ยังรวมถึงสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเมื่อเทียบกับปริมาณพลังงานที่ได้รับ วอเตอร์เครส (Watercress) เป็นผักใบเขียวในตระกูลกะหล่ำ ซึ่งมีลักษณะใบขนาดเล็กและลำต้นอ่อน สามารถนำมารับประทานสดหรือปรุงสุกได้ รสชาติของมันมีความเผ็ดซ่าเล็กน้อยคล้ายผักรสจัดบางชนิด จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มความหลากหลายให้กับมื้ออาหาร แม้วอเตอร์เครสจะไม่ได้เป็นผักที่ทุกคนคุ้นเคยเท่าผักบุ้ง คะน้า หรือผักกาด แต่ในแวดวงโภชนาการ ผักชนิดนี้ได้รับความสนใจจากการจัดอันดับอาหารที่มีสารอาหารหนาแน่นของ CDC ในปี 2014 ซึ่งประเมินผักและผลไม้หลายชนิดจากสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ผลการจัดอันดับดังกล่าวให้วอเตอร์เครสได้คะแนน 100 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดในกลุ่มอาหารที่นำมาประเมิน โดยพิจารณาสารอาหารสำคัญหลายชนิดเมื่อเทียบกับปริมาณพลังงานที่ได้รับ จึงทำให้วอเตอร์เครสได้รับการกล่าวถึงอย่างแพร่หลายในฐานะหนึ่งในผักที่มีความหนาแน่นของสารอาหารสูงมาก อย่างไรก็ตาม คะแนนเต็ม 100 ไม่ได้หมายความว่าวอเตอร์เครสมีสารอาหารทุกชนิดมากกว่าผักอื่นทั้งหมด หรือสามารถป้องกันโรคได้ทุกชนิด แต่สะท้อนผลตามเกณฑ์การจัดอันดับที่ใช้ในการศึกษานั้น การรับประทานผักหลากหลายชนิดยังคงเป็นแนวทางที่เหมาะสมต่อการได้รับสารอาหารครบถ้วน อุดมด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร หนึ่งในเหตุผลที่วอเตอร์เครสได้รับความสนใจคือการมีสารอาหารหลายชนิดที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย โดยผักชนิดนี้มีวิตามินซี วิตามินเค และสารประกอบจากพืชที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังมีสารอาหารอื่น ๆ … Read more