ช็อกทั้งโรงงาน! บริษัทไปต่อไม่ไหว ประกาศเลิกจ้างกะทันหันกว่า 200 ชีวิต

วันที่ 16 กันยายน 2569 ที่ห้องประชุมอำเภอนาทม จังหวัดนครพนม นางณัฐกฤตา ดาหาร แรงงานจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย นางสิริวีรา ศิรสิทธิ์กุล สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครพนม นายกิตติเมศวร์ มีนำพันธุ์ธนา นักวิชาการแรงงานชำนาญการ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครพนม นางสาวณัฐปภัสร์ อ่อนทา นักวิชาการแรงงานชำนาญการ สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครพนม และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 41 นครพนม ลงพื้นที่พบกลุ่มลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบ หลังบริษัทแห่งหนึ่งประกาศเลิกจ้างพนักงานกว่า 200 คน

บริษัทชี้แจงเหตุผลในการยุติการจ้างงานว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก การปรับขึ้นภาษีการค้าของสหรัฐอเมริกา รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ส่งผลให้กิจการประสบปัญหาขาดสภาพคล่องและไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อแรงงานและครอบครัวจำนวนมากในพื้นที่จังหวัดนครพนม ทำให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดนครพนม หรือ 5 เสือแรงงาน เร่งเข้าช่วยเหลือทั้งเรื่องสิทธิประโยชน์ การหาตำแหน่งงานใหม่ การพัฒนาทักษะอาชีพ ตลอดจนติดตามเรื่องค่าจ้างและเงินชดเชยที่ลูกจ้างควรได้รับตามกฎหมาย

สำหรับคำสั่งเลิกจ้าง พนักงานรายวันมีผลตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ขณะที่พนักงานรายเดือนจะสิ้นสุดการจ้างในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยบริษัทแจ้งว่าจะจ่ายค่าจ้างตามรอบปกติ แต่ยังไม่สามารถกำหนดวันจ่ายเงินชดเชยได้อย่างชัดเจน ส่งผลให้ลูกจ้างหลายคนกังวลว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายเมื่อใด

พบว่า แรงงานจำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก โดยนายกระแส อายุ 45 ปี ตัวแทนอดีตพนักงาน เปิดเผยว่า ตนเองและภรรยาทำงานอยู่ในโรงงานแห่งนี้มานานกว่า 1 ปี 4 เดือน มีรายได้รวมกันประมาณเดือนละ 18,000-19,000 บาท แต่หลังบริษัทหยุดจ่ายค่าจ้างตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคม ครอบครัวก็ขาดรายได้ทันที ขณะที่รายจ่ายประจำ ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร และค่างวดรถยนต์ยังต้องชำระทุกเดือน

ตอนนี้เงินเก็บหมดแล้ว ต้องหันมาปลูกถั่วฝักยาวและแตงกวาขายตามตลาดเพื่อประทังชีวิต อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งติดตามเงินค่าจ้างและเงินชดเชยให้ลูกจ้างโดยเร็ว นายกระแสกล่าว

ด้านสำนักงานจัดหางานจังหวัดนครพนม โดยนางสาวณัฐปภัสร์ อ่อนทา นักวิชาการแรงงานชำนาญการ ได้เปิดรับขึ้นทะเบียนผู้ว่างงาน เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม มาตรา 33 ซึ่งผู้ถูกเลิกจ้างจะมีสิทธิได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงานในอัตรา 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน

พร้อมกันนี้ ยังได้เตรียมตำแหน่งงานว่างจากสถานประกอบการต่างๆ ไว้รองรับผู้ที่ต้องการกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน รวมถึงสนับสนุนการประกอบอาชีพอิสระและการรับงานไปทำที่บ้าน โดยมีกองทุนเงินกู้ยืมสำหรับใช้จัดซื้ออุปกรณ์ประกอบอาชีพ เพื่อช่วยสร้างช่องทางรายได้ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการว่างงาน

ขณะที่นางสิริวีรา ศิรสิทธิ์กุล สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครพนม ระบุว่า จะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 โดยพนักงานตรวจแรงงานจะรวบรวมพยานหลักฐานจากทุกฝ่าย ก่อนดำเนินการออกคำสั่งภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

หากนายจ้างไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนลูกจ้างที่ยังไม่ได้รับค่าจ้างหรือเงินชดเชย สามารถยื่นขอความช่วยเหลือจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงระหว่างการดำเนินคดีได้อีกช่องทางหนึ่ง

นายกิตติเมศวร์ มีนำพันธุ์ธนา นักวิชาการแรงงานชำนาญการ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครพนม กล่าวว่า ผู้ประกันตนที่ถูกเลิกจ้างจะได้รับสิทธิเงินทดแทนกรณีว่างงานตั้งแต่วันที่ 8 ของการว่างงาน ในอัตรา 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง และรับสิทธิได้ไม่เกิน 6 เดือน โดยเงินจะถูกโอนเข้าบัญชีภายใน 30 วัน หลังขั้นตอนการอนุมัติสิทธิเสร็จสิ้น

ด้านนางณัฐกฤตา ดาหาร แรงงานจังหวัดนครพนม ยืนยันว่า กระทรวงแรงงานจะไม่ทอดทิ้งแรงงานที่ได้รับผลกระทบ พร้อมประสานการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านการคุ้มครองสิทธิ การหางานใหม่ และการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน เพื่อช่วยให้ผู้ถูกเลิกจ้างสามารถกลับเข้าสู่การทำงานและมีรายได้ที่มั่นคงโดยเร็ว

Scroll to Top